ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเกษตรวิสัย
          1 ถ.ปัทมานนท์ ต.เกษตรวิสัย ห่างจากจังหวัด 47 กิโลเมตร พื้นที่ทั้งหมด 21352 ตร.กม.

ที่ทำการไปรษณีย์:  

          ที่อยู่ 155 หมู่ 13 ถ.โรงไฟฟ้า  รหัสไปรษณีย์ 45150  โทรศัพท์ (043) 589160

สภาพทั่วไปของอำเภอเกษตรวิสัย


ลักษณะภูมิประเทศ
          พื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบ เหมาะสำหรับการทำนาและการเกษตรกรรม สภาพดินเป็นดินทรายเก็บความชื่นได้น้อย ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำระบบชลประทานและแหล่งน้ำเพียงพอ มักมีปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วมในบ้างพื้นที่

ลักษณะภูมิอากาศ

          พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบ เหมาะสำหรับการทำนาและการเกษตรกรรมอื่น ลักษณะภูมิอากาศของอำเภอเกษตรวิสัย อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิด โดยพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาว เรียกว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อิทธิพลของลมมรสุมนี้จะทำให้บริเวณพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัยประสบกับสภาวะอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง และมรสุมอีกชนิดหนึ่งคือ มรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ลมมรสุมนี้จะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนใหญ่ในช่วงฤดูฝน ทำให้อากาศชุ่มชื้นและมีฝนตกทั่วไป สำหรับภูมิอากาศทั่วไปของอำเภอเกษตรวิสัยมีอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งในฤดูร้อน และมีอากาศหนาวเย็น ในฤดูหนาว ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ

ฤดูร้อน : เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน
ฤดูฝน : เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว : เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม

การคมนาคม

          สามารถเดินทางติดต่อกับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมีรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำหมู่บ้าน รถ บขส. และรถทัวร์ รับส่งมวลชนอย่างสม่ำเสมอ
- ทางหลวงแผ่นดิน มี 2 สาย คือ หมายเลข 202 จาก จังหวัดนครราชสีมาผ่านอำเภอเกษตรวิสัย ไปยังจังหวัดยโสธร
- ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 214 จาก จังหวัดร้อยเอ็ดผ่านอำเภอเกษตรวิสัย ไปยังจังหวัดสุรินทร์
- ทาง รพช. มี 5 สาย

 การคมนาคมในพื้นที่ / จำนวนถนน:
1
 ทางหลวงชนบทสาย อ.เกษตรวิสัย - บ.ปทุมรัตน์ระยะทาง26.675กิโลเมตร
2
 ทางหลวงชนบทสาย อ.จตุรพักตรพิมาน - บ.หนองส้าวระยะทาง34.850กิโลเมตร
3
 ทางหลวงชนบทสาย เกษตรวิสัย -บ.สาหร่ายระยะทาง38.045กิโลเมตร
4
 ทางหลวงชนบทสาย กู่พระโกนา - บ.เมืองบัวระยะทาง31.583กิโลเมตร
5
 ทางหลวงชนบทสาย สิงห์ไคล - โพนเงินระยะทาง11.765กิโลเมตร
6
 ทางหลวงชนบทสาย บ.หนองพระบาง-บ.เขวาตะคลองระยะทาง20.760กิโลเมตร
7
 ทางหลวงชนบทสาย บ.โนนสวรรค์ - บ.แสนสีระยะทาง24.380กิโลเมตร
8
 ทางหลวงชนบทสาย บ.สำราญ - บ.ดงครั่งใหญ่ระยะทาง11.233กิโลเมตร
9
 ทางหลวงชนบทสาย บ.ดงครั่งใหญ่ - บ.แจ่มอารมณ์ระยะทาง10.960กิโลเมตร
10
 ทางหลวงชนบทสาย บ.แจ่มอารมณ์ - บ.โนนทันระยะทาง2.247กิโลเมตร
11
 ทางหลวงชนบทสาย บ.โพนโพธิ์ - กู่กาสิงห์ระยะทาง9.365กิโลเมตร
12
 ทางหลวงชนบทสาย กู่กาสิงห์ - โพนเดื่อระยะทาง14.275กิโลเมตร
13
 ทางหลวงชนบทสาย สระโพนทอง - ดงครั่งใหญ่ระยะทาง27.355กิโลเมตร
14
 ทางหลวงชนบทสาย บ.โพนแท่น - บ.เขวาหรดีระยะทาง26.265กิโลเมตร
15
 ทางหลวงชนบทสาย บ.หว้างาม - หนองทุ่มระยะทาง27.215กิโลเมตร
16
 ทางหลวงชนบทสาย บ.สิงค์ -บ.โพนเงินระยะทาง11.765กิโลเมตร
17
 ทางหลวงชนบทสาย บ.หินกอง-บ.หนองอีดำระยะทาง7.000กิโลเมตร
18
 ทางหลวงชนบทสาย บ.โพนแท่น - บ.ปอหมันระยะทาง2.383กิโลเมตร

อุณหภูมิ
          ในช่วงระหว่าง ปี 2538 - 2543 อำเภอเกษตรวิสัยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี อยู่ในช่วง 6.7 องศาเซลเซียส ถึง 41.0 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดจะอยู่ในช่วง 6.7 องศาเซลเซียส ถึง 13.2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ในช่วง 38.4 องศาเซลเซียส ถึง 41.0 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6.7 องศาเซลเซียส เมื่อปี 2542 และสูงสุดวัดได้ 41.0 องศาเซลเซียส เมื่อปี 2541
          เนื่องจากอำเภอเกษตรวิสัยตั้งอยู่บนแอ่งโคราช ที่มีรูปร่างคล้ายจานเข้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หินที่รองรับเบื้องล่างส่วนใหญ่จะเป็นหินทราย หินกรวดมน และหินซิลท์ ที่มีชั้นเกลือแทรกอยู่ หินต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตัวกำเนิดสำคัญของดินชนิดต่าง ๆ ของจังหวัด ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 67 ชุดดิน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นดินที่มักจะมีทรายปน หรือค่อนข้างเป็นทราย ซึ่งเป็นวัตถุที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามสภาพธรณีสัณฐาน และลักษณะการก่อกำเนิดของดินคือบริเวณที่ราบลุ่ม พบในบริเวณที่มีแม่น้ำและลำห้วยไหลผ่าน ซึ่งน้ำจะพัดพาเอาดินทรายแห้ง ทราย และกรวด มาทับถมเกิดเป็นที่ราบลุ่มตามแนวยาวของลำน้ำ ที่ราบลุ่มที่สำคัญของอำเภอเกษตรวิสัยสามารถแบ่งออกได้ บริเวณที่ราบลุ่มทางตอนใต้ของอำเภอ เป็นแนวตามลำเสียวใหญ่และลำพลับพลา ขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในบริเวณที่ลำน้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกับลำน้ำมูล เกิดเป็นที่ราบลุ่มที่เรียกกันว่าทุ่งกุลาร้องไห้ ในฤดูฝนน้ำจะท่วมอยู่เป็นเวลานาน ดินที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำส่วนใหญ่จะเป็นดินร่วนแห้งดินทราย ส่วนบริเวณที่ลุ่มต่ำจะมีเนื้อดินเป็นดินเหนียวและจะมีการสะสมเกลือในปริมาณค่อนข้างสูง ดินเหล่านี้อยู่ในเขตท้องที่อำเภอเกษตรวิสัย ต.เมืองบัว ต.กู่กาสิงห์ เนื่องจากมีบริเวณแม่น้ำไหลผ่าน

ลำน้ำ

          แหล่งน้ำตามธรรมชาติส่วนใหญ่มีต้นน้ำมาจากแหล่งกำเนิดในจังหวัดอื่นไหลผ่านพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย โดยมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอเกษตรวิสัย ได้แก่
          ลำน้ำเสียว : ต้นน้ำเกิดจากอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่านผ่านอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอสุวรรณภูมิลงสู่แม่น้ำมูลในเขตอำเภอโพนทราย
          ลำน้ำพลับพลา : มีต้นกำเนิดจากเขาจังหวัดนครราชสีมา ไหลผ่านตำบลทุ่งทอง ตำบลดงครั่งใหญ่ ตำบลดงครั่งน้อย ของอำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอสุวรรณภูมิ ทางตอนใต้ของจังหวัดและเป็นแนวเส้นแบ่งเขตจังหวัดระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดสุรินทร์
          ลำน้ำเตา : มีต้นกำเนิดมาจากอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่านอำเภอปทุมรัตต์ มาบรรจบลำน้ำเสียว ที่ตำบลกู่กาสิงห์ ของอำเภอเกษตรวิสัย
          ลำกุดกู่ : ขุดลอกจากลำน้ำเดิม เพื่อเก็บน้ำทำการประปาของสุขาภิบาลเกษตรวิสัย แข่งเรือประเพณี และปล่อยพันธุ์ปลา

 
การเมืองการปกครอง
 
 
 1. ตำบล 13 แห่ง
2. หมู่บ้าน 174 แห่ง
3. เทศบาล 2 แห่ง
4. อบต. 13 แห่ง
 
   
 การคมนาคม 
           1. ทางบก 
 
 - รถยนต์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214
- สถานีขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์
- สถานีรถไฟ หมายเลขโทรศัพท์
 
           2. ทางน้ำ 
 
 - ท่าเรือขนส่งโดยสาร หมายเลขโทรศัพท์
- ท่าแพขนานยนต์ หมายเลขโทรศัพท์
 
           3. ทางอากาศ        
 
 ์- ท่าอากาศยาน หมายเลขโทรศัพท์
 
   
 
เศรษฐกิจ
 
 
 1. อาชีพหลัก ได้แก่ ทำการเกษตร
2. อาชีพเสริม ได้แก่ อุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น ทอผ้าไหม สานตระกล้าจากผักตบชวา
3. จำนวนธนาคาร มี 2 แห่ง ได้แก่

 1. ธนาคารกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-4358-9151
2. ธนาคารออมสิน โทรศัพท์ 0-4358-9022
 
   
 การเกษตร 
 
 1. ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว
2. ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ ลำกุดกู่ ลำน้ำเสียว ลำพลับพลา
 
   
 ประชากร 
 
 1.จำนวนประชากรทั้งสิ้น รวม 99,886 คน
2.จำนวนประชากรชาย รวม 49,840 คน
3.จำนวนประชากรหญิง รวม 50,046 คน
 
   
 สถานศึกษา 
 
 1. โรงเรียนมัธยม ได้แก่ โรงเรียนจันทรุเบกษาอนุสรณ์ โทรศัพท์ 0-4358-9161
2. มหาวิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพเกษตรวิสัย
 
   

          การกินอยู่
ส่วนใหญ่นิยมบริโภคข้าวเหนียว สำหรับอาหารในชีวิตประจำวันส่วนมากเป็นอาหารประเภทโปรตีน มักได้จากปลา กบ เขียด หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่หาได้ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งแมลงบางชนิด โดยเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ประเภทวัว ควาย หรือหมูนั้นมักใช้ประกอบอาหารในเทศกาลพิเศษ เช่น การแต่งงาน หรืองานบุญต่าง ๆ สำหรับอาหารที่ชาวอำเภอเกษตรวิสัยนิยมบริโภค ได้แก่ น้ำพริก (แจ่ว) ป่น ตำ ลาบ ซุป อ่อม แกง เป็นต้น

          กิริยามารยาท
กิริยามารยาทชาวอำเภอเกษตรวิสัย ทั้งชายและหญิงเป็นผู้มีกิริยามารยาทงดงาม ระมัดระวังทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน และแม้กระทั่งเวลากิน เวลาพูดจา และการแสดงความเคารพ

          การละเล่นพื้นบ้าน
          
          การละเล่นพื้นบ้านนาฏศิลป์และดนตรีของชาวอำเภอเกษตรวิสัยส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกับชาวอีสานทั่วไป สามารถสะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนอีสานได้อย่างชัดเจน โดยการละเล่นที่เป็นการละเล่นของเด็ก ได้แก่ หนอนบักแหม่ง โอ่นโหล่นซา (ชิงช้า) ลอดแลดข้าวสาร (รีรีข้าวสาร) บักหนอนน้ำบักงัวตึ่งต่าง การเต้นเชือก เก็บหมากหอย เล่นต่อไก่ ดีดเม็ดมะขาม เล่นหมากตี่ กากะโหลก เล่นหิง ส่วนการละเล่นของผู้ใหญ่ ได้แก่ การร้องสรภัญญะ การปล่อยโคมลม ดึงครก ดึงสาก สาดน้ำสงกรานต์ เซิ้งบั้งไฟ เต้านางแมว เต้านางด้ง เสือกินหมูปู่ตากินไก่ การเล่นหมอลำ การละเล่นดนตรีและเพลงพื้นบ้าน การแข่งเรือ การเส็งกลอง การเล่นว่าวสนู การชนไก่ เป็นต้น
 
 

Web Site นี้แสดงผลได้ดีกับ Internet Explorer 4 ขึ้นไป และควร Set จอภาพไว้ที่ 800 X 600
ยินดีรับข้อเสนอแนะ Click ที่นี้ ครับ E-mail : lee_charin@yahoo.com
Copyright @ 2000-2006  http://www.kasetwisai.com